เบาหวานนวดเท้าด้วยกะลา

ง่ายๆ ด้วยภูมิปัญญาไทย ได้ผลสูง ไม่ต้องมีทุน พยาบาล ม.อ.แนะผู้ป่วยเบาหวานนวดเท้าด้วยกะลา วิจัยแล้ว ได้ผลจริง

นักศึกษาปริญญาโท คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และพยาบาลวิชาชีพ ประจำโรงพยาบาลสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ใช้กะลามะพร้าว ที่หาง่ายทุกครัวไทย รักษาอาการเท้าชาแก่ผู้ป่วยเบาหวาน ได้ผลเยี่ยม

นางสาวสุนิสา บริสุทธิ์ พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสะเดา และนักศึกษาปริญญาโท คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ. วิจัย “เปรียบเทียบผลของโปรแกรมการให้ความรู้ในการดูแลเท้ากับโปรแกรมการดูแลเท้า ที่ผสมผสานการนวดเท้าด้วยการเหยียบกะลาต่ออาการชาที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน” โดยมี ผศ.ดร.วิภาวี คงอินทร์ และรศ.ดร.ขนิษฐา นาคะ เป็นที่ปรึกษา ปรากฎผลเป็นที่น่าพอใจยิ่ง

กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการ ณ แผนกผู้ป่วยนอก ของโรงพยาบาลสะเดา กลุ่มละ 26 คน เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบประเมินอาการชาที่เท้า และแบบประเมินความรู้เรื่องการดูแลเท้า และเครื่องมือในการทดลอง ได้แก่ แผนการสอนและคู่มือการดูแลเท้า แผนการทดลองมีระยะเวลา 1 เดือน กลุ่มที่ 1 เข้าร่วมโปรแกรมการให้ความรู้ในการดูแลเท้า และกลุ่มที่ 2 เข้าร่วมโปรแกรมการดูแลเท้าที่ผสมผสานการนวดเท้าด้วยการเหยียบกะลา ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ 2 มีอาการชาที่เท้าหลังเข้าร่วมโปรแกรมน้อยกว่ากลุ่มที่ 1 หลังเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

โรคเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยและรักษาไม่หายขาด มีอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก คาดว่าในปี ค.ศ.2025 จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 300 ล้านคน สำหรับประเทศไทยในปี 2551 มีจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน 3.2 ล้านคน เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวานจำนวน 7,725 คน และประมาณ 2 แสนคนที่ต้องถูกตัดขาด้วยภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเบาหวานที่มีการเสื่อมของเส้นประสาทส่วนปลาย เป็นปัญหาสำคัญของการเกิดแผลที่เท้า สาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมอาจเกิดได้จากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เรื้อรังทำให้สารสื่อประสาทหรือเซลล์ประสาทถูกทำลาย หรือเกิดจากเส้นเลือดมาเลี้ยงที่ขาตีบตันเป็นผลทำให้การไหลเวียนของเลือดลด ลง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการชา ไม่รู้สึก ไม่สามารถรับรู้ภยันตรายที่เกิดขึ้น ตลอดจนแรงกดทับที่ผิดปกติ เป็นสาเหตุให้เกิดแผลที่เท้าได้ง่ายและเกิดการติดเชื้อลุกลามจนนำไปสู่การ ถูกตัดขาในที่สุด การบริหารเท้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณ เท้าเพื่อป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนที่เท้า

Image

การนวดเท้ามีทั้งการนวดโดยใช้มือนวดที่ฝ่าเท้าและการนวดเท้า ด้วยอุปกรณ์ เชื่อว่าการใช้เท้าเปล่าเดินเหยียบบนหินหรือบนกะลาก็เปรียบเสมือนกับการใช้ หินหรือกะลานวดฝ่าเท้า

การนวดเท้าด้วยการเหยียบกะลาที่นำมาใช้ในการศึกษาเป็นท่าการ เหยียบกะลาของคุณยายวิรุฬ ชะเอมสินธุ์ มีทั้งหมด 5 ท่าด้วยกัน โดยแต่ละท่าจะใช้เวลา 3 นาที ผู้ป่วยเบาหวานนวดเท้าด้วยการเหยียบกะลาอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 1 เดือน

ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานควร ให้ควบคู่กับการนวดเท้าด้วยการเหยียบกะลา เป็นการเพิ่มความรู้ในการดูแลเท้าและทำให้อาการชาที่เท้าลดลงได้ภายหลังการ นวดเท้าด้วยการเหยียบกะลา เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวานให้ได้รับผลดียิ่ง ขึ้น

ขอบคุณภาพและข้อมูลดีๆจาก

http://www.psu.ac.th/node/2800

เผยแพร่โดย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s