กิจกรรมที่คุณทำเป็นประจำ อาจก่อให้เกิด “ นิ้วล็อค ”

Image

ร่างกายของคนเราทุกส่วนต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ “มือ” ถือเป็นอาวุธสำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ใช้ทำงาน มากมายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการจับ การยก การตัด หรือแม้กระทั่ง การบิดผ้า กิจกรรมต่างๆเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยการทำงานของมืออยู่เป็นประจำ ดังนั้นผลที่ตามมาจากการใช้งานอย่างหนัก ซ้ำๆ โดยไม่พักหรือได้รับการดูแลก็ย่อมจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดตามมา

Image

นิ้วล็อค”  ถือเป็นกลุ่มอาการหนึ่งที่นิยมเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่มีการใช้มือทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มแม่บ้านที่ทำงานบ้านเป็นประจำ  ซึ่งจะมักมีอาการเจ็บร่วมกับมีเสียงกึกเกิดขึ้นในฝ่ามือบริเวณโคนนิ้วมือ เวลางอหรือเหยียดนิ้วมือที่มีปัญหา จะไม่สามารถงอหรือเหยียดนิ้วมือได้คล่อง  นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนภัย ให้คุณหันมาใส่ใจกับส่วนเล็กๆในร่างกายของเรากันเถอะ

คุณเข้าข่ายมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นนิ้วล็อคหรือไม่

     “ นิ้วล็อคส่วนใหญ่เกิดในผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป  โดย เฉพาะแม่บ้านที่ใช้มือทำงานอย่างหนัก เช่น หิ้วตะกร้าจ่ายกับข้าว  ช็อปปิ้ง บิดผ้า เป็นต้น ในผู้ชายมักพบในอาชีพที่ใช้มือทำงานหนักๆ มีการจับ ออกแรงบีบอุปกรณ์ซ้ำๆ เช่น คนทำสวนใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ช่างที่ใช้ไขควงหรือเลื่อย พนักงานพิมพ์ดีด นักกอล์ฟ  นอก จากนี้ลักษณะการใช้งานของมือในแต่ละกิจกรรมจะใช้งานแต่ละนิ้วไม่เหมือนกันทำ ให้เกิดนิ้วล็อก ที่ตำแหน่งนิ้วต่างกันด้วย เช่น ครู นักบริหาร มักเป็นนิ้วล็อกที่นิ้วโป้งขวาเพราะใช้เขียนหนังสือมากและใช้นิ้วโป้งกด ปากกานานๆ  แม่บ้านซักบิดผ้า มักเป็นที่นิ้วชี้ซ้ายและขวา เป็นต้น แต่โรคนี้ไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือได้ไม่ถนัด เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ ถ้าเรารู้วิธีการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

Image

กิจกรรมที่คุณทำเป็นประจำ ทำไมจึงก่อให้เกิดนิ้วล็อค

เกิดจากการใช้มือทำกิจกรรมต่างๆเหล่านั้นจะมีแรงกดและเสียดสีโดยตรงไปที่เอ็น กล้ามเนื้อและปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อซํ้าๆบ่อยๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การหิ้วถุงพลาสติก / ถังนํ้า / ตะกร้าที่มีนํ้าหนักมาก การใช้มือบิดผ้าแรงๆ การใช้มีดทำอาหาร / สับหมูการทำสวนโดยใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ / ฟันต้นไม้ / ขุดดิน การยกถังแก๊ส / ลังขวดนํ้า การเล่นกีฬา เช่น ตีกอล์ฟแบดมินตัน เป็นต้น ทำให้มีการอักเสบของเส้นเอ็นที่ใช้ในการงอข้อนิ้วมือ รวมถึงเกิดการหนาตัวขึ้นของห่วงที่เส้นเอ็นนั้นลอดผ่าน ซึ่งทำให้เส้นเอ็นไม่โก่งตัวออกเมื่องอนิ้ว แต่เมื่อมีการอักเสบเส้นเอ็นจะบวมและหนาตัว ทำให้ลอดผ่านห่วงลำบาก จึงรู้สึกเจ็บและเกิดอาการนิ้วล็อคตามมา

          อาการที่คุณสามารถพบได้ ถ้าเกิดนิ้วล็อค

         ระยะแรกมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัด-กำ ได้ไม่เต็มที่โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน พอใช้มือไปสักพักหนึ่งก็จะกำมือได้ดีขึ้น เวลางอแล้วจะเหยียดนิ้วมือจะได้ยินเสียงดังกึก ต่อมาจะมีอาการนิ้วล็อค คือ เวลางอนิ้วมือจะเหยียดขึ้นเองไม่ได้ มักเกิดกับมือข้างถนัดที่ใช้งาน นิ้วที่เป็นบ่อย ได้แก่ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง และนิ้วนาง อาจเป็นเพียงนิ้วเดียว หรือเป็นพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้ บางรายอาจรุนแรงถึงนิ้วบวมชา ติดแข็งจนใช้งานไม่ได้  ซึ่งได้มีการแบ่งระยะของ นิ้วล็อค ตามอาการของโรค เป็น 4 ระยะ ดังนี้

1. ระยะแรก มีอาการปวดเป็นอาการหลัก โดยปวดมากบริเวณโคนนิ้วมือ และจะมีอาการปวดมากขึ้น ถ้าเอานิ้วกดบริเวณฐานนิ้ว

มือด้านหน้า แต่ยังไม่มีอาการติดสะดุด

2. ระยะที่สอง มีอาการสะดุด (triggering) เป็นอาการหลัก และอาการปวดก็มักจะเพิ่มมากขึ้นด้วย เวลาขยับนิ้ว งอ และเหยียด จะมีการสะดุดจนรู้สึกได้

3. ระยะที่สาม มีอาการติดล็อคเป็นอาการหลัก โดยเมื่องอนิ้วลงไปแล้ว จะติดล็อคจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ ต้องเอามืออีก

ข้างมาช่วยแกะ หรืออาจมีอาการมากขึ้นจนไม่สามารถงอนิ้วลงได้เอง

4. ระยะที่สี่ มีการอักเสบบวมมาก จนนิ้วบวมติดอยู่ในท่างอเล็กน้อย ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ ถ้าใช้มือมาช่วยเหยียดจะปวดมาก

วิธีการรักษาที่คุณสามารถเลือกได้

1.แบบไม่ผ่าตัด   ในรายที่เริ่มมีอาการ หรืออาการยังไม่มาก

–   พักการใช้งาน มือแช่น้ำอุ่น

–  การรับประทานยา เพื่อลดการอักเสบของเส้นเอ็น ที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์

–  การ รักษากายภาพบำบัด เพื่อลดอาการปวดและบวมของเส้นเอ็น ได้แก่ การแช่พาราฟิน การทำอัลตราซาวน์ ร่วมกับการออกกำลังเพื่อยืดเส้นเอ็น การใช้เครื่องดามนิ้วมือ การนวดเบาๆ บริเวณโคนนิ้ว ซึ่งสามารถรักษาได้ดีโดยเฉพาะในระยะแรกและระยะที่สองของโรด

– การ ฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ เป็นการรักษาแบบชั่วคราว เพื่อลดการอักเสบ และทำให้อาการติดสะดุดดีขึ้น โดยฉีดเข้าในเยื่อ หุ้มเส้นเอ็นบริเวณตำแหน่งนิ้วที่เป็น แต่ไม่ควรทำมากกว่า 3 – 4 ครั้งต่อปี หรือไม่ควรฉีดยาเกิน 2 หรือ 3 ครั้ง ต่อ 1 นิ้วที่ล็อค  เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นขาดได้

2. แบบผ่าตัด   ใน รายที่เป็นมานาน และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล อาการรุนแรงจนนิ้วติดล็อค เหยียดไม่ออก งอนิ้วไม่เข้า นิ้วแข็งบวม นิ้วโก่งงอ เจ็บปวด รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

–  โดย การตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาอยู่ให้เปิดกว้างออก เพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้โดยสะดวก ไม่ติดขัดหรือสะดุด และ  ไม่ทำให้กลับมาเป็นโรคอีก เป็นการรักษาแบบถาวร  การผ่าตัด แบ่งออกได้เป็น 2 วิธี

2.1 การผ่าตัดแบบเปิด เป็นวิธีมาตรฐาน โดยฉีดยาชาเฉพาะที่ผ่าตัด เสร็จแล้วกลับบ้านได้ แต่หลังผ่าตัดต้องหลีกเลี่ยงการใช้งานหนักและการสัมผัสนิ้ว ประมาณ 2 สัปดาห์

2.2 การผ่าตัดแบบปิด โดยการใช้เข็มเขี่ยหรือสะกิดปลอกหุ้มเอ็นออกผ่านผิวหนัง ด้วย Blade probeโดยแทบไม่มีแผลให้ เห็น แต่วิธีนี้อาจมีผลแทรกซ้อนได้ถ้าไปเขี่ยหรือสะกิดถูกเส้นประสาท

ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก อินเทอร์เน็ท

สนับสนุนโดย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s