สูงวัยไม่ไร้ค่า

Image

หมายถึง ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้น มีสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพจิตดี สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น มีความรู้ความสามารถบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น สังคมและประเทศชาติ

การที่จะเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณค่านั้น จะต้องเตรียมการตั้งแต่วัยหนุ่มสาว มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต มีแผนในการปฏิบัติและปฏิบัติตามแผน เพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีแนวทางในการปฏิบัติดังนี้

1. การมีสุขภาพจิตที่ดี

การจะมีสุขภาพจิตที่ดี จะต้องมีปัจจัยเหล่านี้

1.1 มีสุขภาพดี ไม่มีโรคเรื้อรัง

1.2 มีหน้าที่การงานมั่นคง

งานที่ทำเป็นงานที่สุจริต มีเกียรติและศักดิ์ศรี เป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

1.3 มีฐานะการเงินที่มั่นคง

เงินที่ได้มาจะต้องเป็นเงินที่ได้มาโดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม

1.4 มีคุณธรรม ซื่อสัตย์

คนเราถ้าทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรมอันดีงาม ถึงแม้ผู้อื่นไม่ทราบ แต่ตัวเองทราบ ในจิตใจจะมีความทุกข์กลัวผู้อื่นจะทราบ ก็จะหาความสุขทางใจไม่ได้ นอกจากการที่บุคคลที่ไม่มีหิริโอตตัปปะ คือ บุคคลที่ไม่มีความละอายใจ ไม่มีความเกรงกลัวต่อบาป ก็จะไม่รู้สึกเป็นทุกข์

Image

1.5 รู้จักคิด

การคิดให้เป็นเป็นสิ่งสำคัญ การจะมีความสุขหรือประสบความสำเร็จในชีวิตอยู่ที่การคิดเป็น การคิดเป็น เป็นการคิดที่มีเป้าหมาย ทิศทาง ความคิด มีแผนในการปฏิบัติและนำไปปฏิบัติเพื่อไปสู่เป้าหมายที่คิดไว้ ไม่คิดเปะปะ เรื่อยเปื่อย ซ้ำซาก ต้องคิดก่อนทำ อยากมีสุขภาพจิตดีต้องมีสติ คิดในด้านดี ๆ มีความสุข มีความหวัง ไม่คิดสิ้นหวัง ท้อแท้ คิดสู้ ไม่คิดหนี คิดภูมิใจและพอใจตัวเรา อย่าคิดว่าตัวเองไร้ค่า คิดให้รู้จักพอ อย่าคิดทำในสิ่งที่เกินความสามารถของเรา โดยประเมินศักยภาพของตัวเรา คิดถึงปัจจุบัน คิดทำเรื่องปัจจุบันให้ดีที่สุด อย่าคิดกลัวอนาคต คิดถึงอนาคตเป็นการคิดเผื่อเพื่อวางแผนไปสู่เป้าหมาย อย่าคิดย้อนอดีต อย่านำเหตุการณ์ในอดีตที่ผิดพลาดหรือผิดหวังไปเป็นทุกข์ คิดถึงเหตุการณ์ในอดีตเป็นเพียงบทเรียน นำสิ่งดี ๆ ในอดีตที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จไปใช้ในการดำเนินชีวิต สิ่งที่ทำให้เกิดความผิดพลาด อย่าทำผิดซ้ำอีก

1.6 รู้จักปรับตัว

การรู้จักปรับตัว เข้ากับผู้อื่นหรือผู้ที่เราอยู่ด้วย ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข รู้จักเรียนรู้จิตใจนิสัยผู้ที่เราอยู่ด้วย มีความเข้าใจและเห็นใจผู้อื่น รู้จักให้เกียรติ รู้จักรัก และรู้จักให้ผู้อื่นก่อน เป็นผู้ให้อย่าเป็นผู้ขอ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น อย่าเป็นผู้สร้างปัญหากับผู้ที่เราอยู่ด้วยหรือองค์กรที่เราอยู่ด้วย ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับองค์กรหรือผู้ที่เราอยู่ด้วย ทำตัวให้เป็นคนอยู่ง่าย ๆ และกินง่าย อย่าเอาความคิดความต้องการตัวเองเป็นหลัก ต้องยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นหรือทีมงาน ให้เขามีส่วนร่วม เป็นคนยืดหยุ่น แต่ไม่โลเล ต้องมีจุดยืนของตัวเอง อย่าคิดหรืออย่าคาดหวังว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือความคิดของผู้ อื่นได้ เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก อยู่ที่ตัวเขาเองจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาเอง

การรู้จักปรับตัวเข้ากับบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเรา บางคนรถติดก็ทนไม่ได้ เสียงดังก็ทนไม่ได้ ผู้คนแออัดก็ทนไม่ได้ อากาศร้อนก็ทนไม่ได้ สิ่งเร้าทั้งหมดที่กล่าวเป็นความรู้สึกของเราที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายหงุด หงิด ต้องทำใจยอมรับว่าสิ่งเร้าภาย
นอกเราไม่สามารถควบคุมกำหนดได้ ต้องยอม
รับและปล่อยวาง ไม่เอาใจไปจดจ่อ

ผู้ที่มีสุขภาพจิตดี จะสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดีได้ง่าย และสามารถทนต่อสิ่งเร้าและแรงกระทบภายนอกได้ดี อดทนอดกลั้นได้ดี รู้จักให้อภัย

1.7 รู้จักบริหารจัดการกับความเครียด

ความเครียดเป็นอาการที่ผู้มีความเครียด มีความรู้สึกไม่สบายใจ หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี เบื่อหน่าย ท้อแท้ ขาดสมาธิ ประสิทธิภาพในการทำงานถดถอยบางรายมีอาการทางกาย เช่น ปวดศีรษะ ใจสั่น นอนไม่หลับ

สาเหตุของความเครียดเกิดจาก ความกลัว ความวิตกกังวล การไม่กล้าตัดสินใจ มีความขัดแย้งทางจิตใจ ความเครียดที่เกิดจากความห่วงใยวิตกกังวลที่มีอาการไม่มาก เกิดเป็นครั้งคราวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ และไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน สามารถพบได้ในคนปกติทั่วไป ความเครียดที่ไม่มากกลับเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราเกิดการตื่นตัว มีการเตรียมตัว มีความรอบครอบ มีความระมัดระวัง เพื่อเตรียมตัวสู้กับปัญหาที่จะเกิดขึ้นความเครียดถ้ามีมากไปและมีประจำ เป็นสิ่งไม่ดีเป็นบ่อเกิดของโรคมากมาย ทั้งโรคทางจิตเวช และโรคทางกาย

วิธีบริหารจัดการกับความเครียด เวลามีความเครียดเกิดขึ้น ขอให้มีสติอย่าตื่นตระหนก พยายามให้ตระหนักว่าทุกปัญหามีทางออกมีทางแก้ไข อย่ากลัวปัญหา อย่าหนีปัญหา อย่าด่วนตัดสินใจ พยายามหาสาเหตุของปัญหา และค้นคิดวิธีการแก้ไข บางปัญหาเราไม่สามารถตัดสินใจได้ เนื่องจากเราไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น หรือข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอจะต้องปรึกษาผู้ที่รู้ บางปัญหาเมื่อเราตัดสินใจไปแล้วจะมีการสูญเสียบ้างก็จะต้องทำใจยอมรับ บางปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียแล้วไม่มีโอกาสแก้ไขได้หรือไม่สามารถกลับสู่ สภาพเดิม ก็ต้องทำใจยอมรับความจริง ให้ปัญหายุติลง ไม่นำมาคิดซ้ำซาก ต้องฝึกให้เป็นคนเข้มแข็ง เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ เมื่อมีความผิดหวังเกิดขึ้น ไม่ท้อแท้ ให้คิดกลับมาสู้ใหม่ บางครั้งขณะเครียดมาก ๆ ไม่ควรด่วนตัดสินใจ จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย ให้เก็บปัญหาไว้ก่อนสักระยะเวลาหนึ่งไม่นานนัก ไปพักผ่อน ทำสิ่งที่เราชอบ ออกกำลังกาย เพื่อทำจิตใจให้สงบ เมื่อรู้สึกสบายใจขึ้น จึงกลับมาสู้ใหม่ การตัดสินใจที่ดี ต้องอยู่ในภาวะที่เรามีสติ มีข้อมูลพร้อม มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้น เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและผล
กระทบจากการตัดสินใจที่จะตามมา มีเหตุผลสามารถอธิบายได้ มีคุณธรรม มีความถูกต้อง และยุติธรรม

Image

ความเครียดถ้ามีมาก มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์และใช้ยาคลายความกังวลช่วย ภายใต้การดูแลของแพทย์

1.8 ต้องมีเพื่อน

การมีเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง มีความรักความผูกพันกัน มีการพบปะสังสรรค์กันเป็นครั้งคราวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกอบอุ่น ไม่เหงา เวลามีความทุกข์หรือมีปัญหาไม่สบายใจจะได้มีที่ปรึกษาหรือระบายความทุกข์ได้

1.9 ต้องมีงานทำ

คนเราถึงแม้มีฐานะการเงินที่มั่นคงแล้วและมีศักยภาพที่จะทำงานได้ ก็ควรจะทำต่อไป แต่งานนั้นจะต้องเป็นงานที่ทำแล้วสบายใจมีความสุข ไม่ต้องรับผิดชอบมาก ทำเพื่อแก้เหงา และให้มีความรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ถ้าหากไม่มีงานประจำ ควรจะมีงานอดิเรกทำหรือเล่นกีฬา เพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน การมีงานทำเป็นการฝึกใช้สมอง อาจจะทำให้สมองเสื่อมช้า

1.10 สุขภาพจิตของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุไม่ควรอยู่คนเดียว ควรให้อยู่กับลูกหลาน เป็นครอบครัวใหญ่ ลูกหลานควรให้ความสนใจใกล้ชิด พูดคุย ให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวันได้ยิ่งดี โดยไม่ต้องใช้เวลามากในแต่ละครั้ง ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยว ไม่ถูกทอดทิ้ง ไม่เหงา

ผู้สูงอายุเองจะต้องเป็นคนที่ไม่เรียกร้องมาก ไม่สร้างความเดือดร้อนกับผู้ดูแล ถ้าหากยังสามารถทำงานประจำที่เคยทำอยู่และทำแล้วมีความสุข ก็ควรจะทำต่อโดยไม่ต้องรับผิดชอบมากเหมือนก่อนเกษียณ ถ้าไม่มีงานประจำทำ ควรจะต้องมีงานอดิเรกทำ ถ้าหากยังสามารถทำสิ่งใด ๆ ด้วยตนเองก็ให้ทำต่อ อย่าคิดพึ่งพาผู้อื่น การมีงานทำและเป็นงานที่ชอบ จะทำให้เกิดความสุข ความเพลิดเพลิน

ผู้สูงอายุจะต้องรับสภาพความจริงว่าเมื่อสูงอายุแล้วจะเกิดความเสื่อมของ ร่างกาย  ความเจ็บป่วยตามมา ความเหงา การจากไป ต้องอยู่คนเดียว ความตาย เป็นเรื่องปกติของทุกคนที่หนีไม่พ้น แต่ช่วงที่มีชีวิตอยู่ขอให้ทำใจให้เป็นสุข เป็นกำไรชีวิต การคิดห่วงลูกหลาน กลัวลูกหลานลำบาก อยากให้ลูกหลานมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นเรื่องปกติที่มีทุกคนในผู้สูงอายุ และเป็นสิ่งที่ดี ความห่วงใย ควรเป็นลักษณะเป็นการให้กำลังใจ ให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ ในสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ รับฟัง หรือให้คำปรึกษา เพื่อให้เขาเป็นคนที่มีความเข้มแข็ง ไม่ท้อแท้ เป็นคนสู้และเป็นคนดี อย่าเอาความห่วงใยลูกหลานไปเป็นทุกข์ ต้องยอมรับว่าเราคิดแล้วก็ไม่สามารถช่วยเขาได้ เพราะเกินวัยที่จะช่วยเขา การคิดที่นำปัญหามาเป็นทุกข์ จะทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทำให้เกิดความเจ็บป่วยทางกายและใจ เป็นการสร้างปัญหาและภาระให้แก่ลูกหลาน

2. การดูแลสุขภาพกายให้แข็งแรง

การมีสุขภาพกายที่แข็งแรงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต คนที่เก่งมีความรู้ความสามารถ ถ้าหากมีสุขภาพกายที่ไม่ดี มีโรคเจ็บป่วยเรื้อรัง สุขภาพจิตก็จะไม่ดีด้วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานถดถอย ไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่ตนต้องการได้

ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และภาพ จากอินเทอร์เน็ท

นายแพทย์ สุรพงศ์ อำพันวงษ์

ข้อมูลจาก นพ.ปรีชา ศตวรรษธำรง อดีตผู้อำนวยการสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา รองประธานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.

เชิญพบอีกแง่มุมหนึ่งของสาระดีๆแห่งชีวิตได้ที่ >>>>>   

http://lekfinetune.wordpress.com

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s