ปรับสมดุลของร่างกาย………สำคัญไฉน?

Image

สรรพสัตว์ สิ่งของหรือมนุษย์ย่อมมีการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ผุพัง สูญเสีย สึกหลอ ทรุดโทรม เป็นของธรรมดา 

เพราะการคง อยู่นานๆ ใช้งานอยู่ตลอดเวลา จะยกตัวอย่างให้ดู เช่น น้ำ น้ำบ่อหรือบ่อน้ำ ที่ปู่ ย่า ตา ยาย ใช้ตักมาดื่มกิน ตักมาใช้ ตักมาอาบ ทุกๆวันสม้ยก่อน ตักออกมาเรื่อยๆหลายวัน หลายเดือน หลายปี น้ำมันยังแห้งได้เหมือนกัน มีการอุดตัน ไหลน้อย ไหลไม่สะดวก น้ำก็จะน้อยลงๆ จนถึงขั้นแห้งขอดไป ถ้าหากทำการขุดลอกหน้าดินออกใหม่ เหมือนเป็นการซ่อมแซม แต่งเติม ปรับปรุง แก้ไข น้ำก็ไหลออกมาให้ใช้เหมือนเดิม

ผลิตภัณฑ์สมัยใหม่ ที่ทำมาจากเหล็กแข็ง ที่เรานำมาใช้เป็นปัจจัยใหม่ๆใช้อยู่ทุกๆวันก็มีการชำรุด เสียหายได้เหมือนกัน ตัวอย่างรถยนต์ถ้าซื้อมาใหม่ๆ ใช้ไปประมาณ1-2เดือน ก็จะต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องอัดจาระบี กันสึกหลอ กันหลวม  ใช้ไปอีกหน่อยถ้าจาระบีแห้ง ก็จะได้ยินเสียงดังจากช่วงล่าง เช่นลูกปืน ฃูกหมาก  ปลีกนก ล้อหน้ ล้อหลัง เพลา ก็จะมีเสียดัง ออดแอดๆๆ หรือสายเบรค สายคลัช สายน้ำมันเชื้อเพลิง เกิดการอุดตัน ฉีกแตก ด้วยการเสียดสี เกิดมีการรั่วไหลซึม การทำงานไม่สะดวก ผลสุดท้ายก็ต้องมีการ แก้ไขปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ใช้งานได้ต่อไปอีก
เปรียบเทียบสิ่งของให้ฟังแล้วที่นี้กลับมาหาเรื่องสุขภาพของคนเรามันก้เหมือๆกันกับสิ่งของทั่วไป แต่มันจะทรหดอดทนกว่า
คนเราก็เหมือนกัน เมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ต้องชำรุด สึกหลอ หลวมเหมือนกัน ควรที่่เราจะมีการปรับปรุงตัวเราเองคุณภาพ ประสิทธิให้ดีอยู่เสมอ ทั้งทางการและจิตใจ เพื่อที่จะได้ใช้งานต่อไปได้สบายๆ ตามสมควร
ที่นี้จะพูดเรื่องของคนเรา ร่างกายของคนเราก็มีสมมุติฐาน รวมกัน อยู่รวมกัน หลายอย่าง เรียกว่าเป็น ธาตุ คือธาตุทั้ง 4 คือธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ. ตามในในธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทโธ. ร่างกายของเราใช้งานไปนานๆ ก็เหมือนกันกับของทุกสิ่งทุกอย่าง  ถ้ามีการปรับปรุงธาตุทั้ง 4 ปรับความสมดุลหรือความสมบูรณ์ร่างกายแล้ว สุขภาพแข็งแรงทนนานใช้งานไปได้ไม่ลำบาก อย่ารักสิ่งของอื่นมากไปกว่าตัวเองเลย คิดถึงตัวเองบ้างนะ ใช้ไปตามระยะ ปรับปรุงธาตุ ปรับความสมดุลให้เสมอ ๆไป. สุขใดจะเท่าที่เรามีสุขภาพดี
คนเราสมัยก่อน คนเฒ่า คนแก่ บ้านนอก ส่วนมากจะมีอาช๊พทำการเกษตร ไม่มีเครื่องทุ่นแรงเหมือนเดี๋ยวนี้ จะทำงานกันหนักมากกว่า ถือเป็นการออกกำลังกาย ปรับธาตุทั้ 4 ปรับความสมดุลให้กับร่างกาย แบบเบ็ดเสร็จอยู่ในตัว คือการออกกำลังกายด้วยการ ขุด ปลูก ไถ หว่าน ทำไร่ทำนา เป็นประจำทุกๆวัน. ตื่นเช้าก็ออกมา ค่ำมาก็เข้าบ้าน หลังจากทำงานกันเหน็ดเหนื่อย กลับมาบ้านตอนเย็น ก็มาต้มยาสมุนไพรพื้นบ้านดื่มกิน ชุมนุมกันกับเพื่อนฝูง พี่ ป้า น้า อา บ้านใกล้เรือนเคียง     . บ้างก็ให้ลูก ให้หลาน ภรรยา สามี บีบนวดให้ เหยียบให้ ปรึกษาหารือคุยกันสนุกสนาน ถือเป็นการปรับธาตุทั้ง 4 ปรับความสมดุล ตามวิถีชาวบ้าน หรือว่ามีงานอะไรก็ช่วยกัน.

Image
พอถึงวันพระ วันศิล ก็หยุดงาน ไปทำบุญทำทาน ฟังพระธรรมเทศนา ร่วมกันที่วัดขัดเกรา จิตใจให้สะอาด.ไม่ได้แข่งขันกันทำเหมือนทุกวันนี้
แต่คนเราทุกวันนี้จะไม่ค่อยรู้เรื่อง การปรับธาตุทั้ง 4 ปรับความสมดุลหรือความสมบูรณ์ให้กับร่างกายเท่าไหร่ ส่วนมากจะรู้แต่เรื่องของการ แก้อาการเท่านั้น ตัวอย่าง ปวดหลัง ปวดเอว หน้ามืดตาลาย ปวดนอก ปวดใน ปวดหัว ปวดขา ก็จะไปหาซื้อยาตามร้านขายยามากิน หรือไปคลีนิค ไปหาหมอโรงพยาบาล เพื่อแก้อาการนั้นๆ
เคยสังเกตกันบ้างรึเปล่า? เวลาที่ผู้หญิงจะไปเสริมสวย ก่อนไปจะมีหน้าตาเดิมๆแบบนี้ที่เคยเห็นอยู่ทุกวัน  แต่พอปรับเสริมเติมแต่งมาแล้ว ปรับแต่งใบหน้าให้เข้ากับผม ซะโลม ลงแป้งทาครีมเข้าไปแล้ว กลับมาสวยขึ้นเป็นกอง. แม่คุณเอ๋ยจะสวยหน้าดูหน้าชมใช่มั๊ย
ตัวเราเองจะเป็นท่านผู้หญิง ท่านผู้ชาย เด็ก หนุ่ม สาว ก็เหมือนกัน ลองคิดหาทางปรับแต่งธาตุทั้ 4 ปรับความสมดุล ให้กับสุขภาพร่างกายตัวเองบ้าง จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง กระปี้ กระเป่าขึ้น จิตใจชื่นบาน ร่างกายแข็งแกว่ง ทำงานได้สบาย ไม่เครียดเรื่องสุขภาพ.
วิธีปรับธาตุทั้ง 4 ปรับความสมดุลหรือปรับความสมบูรณ์ให้กับสุขภาพร่างกายของเราเอง เท่าที่รู้ก็มีอยู่ 5 อย่างด้วยกัน ลองทำดูนะ
1.การปรับธาตุทั้ง 4 ปรับสมดุลให้กับร่างกายของเรา ขั้นตอนที่หนึ่ง คือการออกกำลังกาย กายบริหาร เช่น  วิ่ง เดิน เต้นรำในท่านองต่างๆ จะเป็นรำไม้พอง ท่าลำเพลิน ลำซิ่งอิสาน   แด้นช์ที่ชอบท่ามันๆก็จะดีจะได้เหงื่อมากสำหรับคนหนุ่ม เพื่อให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น โยกเยกส่วนต่างๆ เพื่อให้ร่างกายส่วนต่างๆทำงานได้สะดวกขึ้น การออกกำลังกายก็เริ่มจากทีละน้อยๆ และก็เพิ่มขึ้นๆตามกำลัง เพื่อเป็นการปรับสุขภาพ ปรับธาตุ ปรับความสมดุล ให้เข้าที่เข้าทางไปเรื่อยๆ
2.ปรับธาตุปรับความสมดุลขั้นที่สองนี้ เกี่ยวกับอาหารการกิน กินอาหารให้ตรงเวลาและมีประโยชน์พืชผักส่วนมากที่เราเก็บมาจากป่าหรือข้าง รั่ว สวน ไร่นา ส่วนมากก็จะเป็นพืชผัก ผลไม้ ที่เป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั้งนั้น หรือพืชผักผลไม้ ที่ซื้อมาจากตลาด ก็ควรล้างให้สะอาด เพื่อสุขภาพที่ดีกินอาหารตามธาตุ กินอาหาร ให้ครบ5หมู่.กินพืชผัก ผลไม้ตามฤดูกาล บ้านเราอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร ผลไม้เยอะแยะ และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8แก้ว.
3.ขั้นตอนที่สามเป็นการปรับ ธาตุทั้ง4 เป็นการปรับความสมดุลด้วยวิธีการนวด นวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย.ตัวอย่าง ธาตุดินขาดหรือกำเรีบก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับส่วนของอวัยวะที่เป็นธาตุดินคือ กระดูก เส้นเอ็น เล็บ ผม ขน ฟัน หนัง กล้ามเนื้อ.ประมาณนี้นอกจากนั้นแล้วแต่ธาตุตัวใหนจะบถพร่องหรือกำเรีบมาสมทบอีกทีหนึ่งสมมุติว่ามีปัญหาช่วงบนและช่วงล่าง

1.ปวดคอปวดขึ้นหัวปวดไหล่ปวดร้าวลงแขน-ชา
.2 ปวดหลังปวดเอวปวดสะโพกปวดร้าวลงขา-ชา.
3.คอแข็งตรึงหันซ้ายหันขวาขัดเกร็งก้ม-เงยลำบาก
4.ปวดข้อปวดเข่าเข่าอ่อนมีเสียงดังก็อบแก๊บๆเดินไปหน่อยก็ปวด  ก็ไปนวด นวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายเพื่อให้สุขภาพที่มีปัญหาดี ขึ้น กล้ามเนื้อ่อนนุ่มยืดหยุ่นได้สะดวก แล้วปัญหาของสุขภาพก็จะน้อยลงหรือหายไปเลย.
4.  ขั้นตอนที่สี่ของการปรับธาตุ ปรับความสมดุลครังที่4 เป็นการดื่มกินยาสมุนไพรพื้นบ้าน สมมุติว่าธาตุดินกับธาตุลมของท่านบถพร่องหรือกำเริบ มีอาการเป็นอัมพาตใบหน้า หรืที่รู้ๆกันว่า ปากเบี้ยวนั้นแหละ หรือมีปััญหาหลายๆอย่าง ก็ไปหาสมุนไพรพื้นบ้านมาดื่มกินหรือมีปัญหาหลายๆอย่างก็ไปหาสมุนไพรพื้นบ้าน มาดื่มกินซะ ปัญหาเหล่านั้นก็จะดีขึ้น ภายใน7วันก็รู้แล้ว(เฉพาะปากเบี้ยว) หรือปัญหาอื่นๆก็ตามกำหนดระยะเวลา อาการของโรคแทรกซ้อน.
.5 .ขั้น ตอนที่ห้าของการปรับธาตุทั้ง4 ปรับความสมดุลของสุขภาพร่างกาย ก็เป็นการเปิดใจ ใช้เวลาเล็กๆน้อยๆ ทำบุญทำทาน อุทิศส่วนกุศล ไปหาเจ้ากรรมนายเวร ฟังพระธรรมเทศนา ร่วมประชุม ฟังอภิปาย ฟังบรรยาย  สังสรรค์ แบ่งปัน  ปรึกษาหารือปัญหาหลายๆอย่างที่มีประโยชน์กับตัวเราและเพื่อนบ้านสังคม สิ่แวดล้อมใกล้ตัว. อย่าเครียด อย่าคิด อย่าแก้ ปัญปัญหาเองคนเดียว การแก้ปัญหาเองคนเดียว บางครั้งก็ดี แต่บางครั้งก็หาทางออกไม่เจอ เหมิอนกัน ไปเถิดไปพูด คุย ปรึกษา หารือ หลายคนพูดบางทีก็มีทางออกได้สบาย ข้อสำคัญที่สุดในข้อนี้ก็คือ ขออย่าได้เครียด เพราความเครียดเป็นตัวเหนี่ยวนำปัญหา หลายๆอย่าง รวมทั้งปัญหาเรื่องสุขภาพด้วยถึง 50 %
ลองเอาไปใช้ดูการปรับธาตุทั้ง 4 ปรับควาสมดุลของสุขภาพร่างกายคงมีประโยชน์มากสำหรับทุกๆท่านตามสมควรของการกระทำที่ดีแลเหมะสม
การกินยาสมุนไพรพื้นบ้านก็ดี การนวด. นวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายก็ดี หรือการทำพิธีกรรมอะไรก็ดี เราก็จะมีกำหนดให้เป็นการที่ทำให้สบายใจได้ ว่า การกินยาหรือว่าการนวดตอกเส้นก็ดี เพื่ิอที่จะได้สบายใจ ว่าการกินยาสมุนไพรพื้นบ้าน หรือการนวด  นวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย หรือว่าการช่วยเหลือหลายอย่างก็เหมือนกัน หล้งจากทำเสร็จแล้วจะบอกว่าต้องใช้เวลา กี่ครั้ง กี่วัน จะรู้ว่าถูก-ไม่ถูก ยกเว้นการทำพิธีกรรม. ( ไม่มีคำว่ากินไปเรื่อยๆจะดีเอง หรือนวดไปเรื่อยๆจะสบายขึ้น คิดดูแล้กันใจเขาใจเรา) เพราะปัญหาสุขภาพของแต่ละท่านแต่ละคน ทั้งอาการรวมและอาการแทรกซ้อนของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน นานและไม่นาน มากหรือน้อย
หมอพื้นบ้าน (หมอชาวบ้าน) ก็มีมากมายเกือบทุกหมู่บ้าน ในประเทศไทย จะแสดงออกหรือไม่เท่านั้น  ที่รู้มากก็มี ที่รู้น้อยก็เป็นของธรรมดา บางคนก็รู้เรื่องการเป่า บางคนก็รู้เรื่องสมุนไพรพื้นบ้าน บางคนก็รู้เรื่องคาถา บางคนก็รู้เรื่องตอกเส้น จับเส้น เรื่องบีบ เรื่องนวด บางคนก็รู้เรื่องการทำพิธีกรรมต่างๆตามการเรียนรู้สืบสานมา หมอพื้นบ้านก็จะมีหลากหลายที่มา ภูมิปัญญาต่างกัน     (การแพทย์แผนไทย หมอแผนไทย. กับหมอพื้นบ้านจะเป็นคนละอย่างกัน) ยาสมุนไพรพื้นบ้านแต่ละที่ แต่ละภาค แต่ละชนเผ่าชื่อตัวยาก็ไม่เหมือนกัน สูตรยาก็จะไม่เหมือนกัน คือว่าแตาละท้องที่แต่ละชนเผ่า แต่ละอาจารย์จะผ่านการพิสูจน์มาจนมั่นใจตัวเองจนกระทั้เกิดความเชื่อในชุมชน ในหมู่คณะ แล้วให้ฉายาว่า หมอ หมอก็คือผู้ที่อุทิศตนเพื่อช่วยคน ในชุมชนบ้านเล็กบ้านใหญ่ บ้านใกล้ บ้านไกล เป็นผู้ที่ชอบ ช่วยเหลือคนในด้านนี้.                  การชวยเหลือคนไข้ การทำพิทีกรรมหลายๆอย่างก็จะไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นความเชื่อมั่น ตามประเพณีวัฒนะธรรมของแต่ละพื้นที่เป็นความเชื่อมั่นของแต่ละคนแต่ละหมอพื้นบ้าน      เช่นการนวดอย่างนี้ก็มีหลายแบบ นวดผ่อนคลาย นวดจับเส้น นวดรีดเส้น นวดรักษานวดสปาเลือกใช้บริการได้ตามสบาย       การตอกเส้นก็มี ตอกเส้นลานนาจะมีเป็น ร้อยเป็นพันๆหมอ
แต่หมอตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย เท่าที่รู้มีคนเดียวในประเทศไทย
ร่างกายของเราถึงจะไม่เป็นอมตะก็จริงถ้าเราปรับปรุงแก้ไข ปรับความสมดุลให้ธาตุทั้ง4 ก็จะได้ยืดอายุเพิ่มไปอีกหลายสิบปี เพื่อที่จะได้ทำความดีต่อๆไป                  ถ้ารักษาให้ดีปรับปรุงบำรุงแต่งซ่อมเรื่อยๆ ก็จะจะคงทนอยู่กับเราหลายสิบปี ดั่งนั้นการปรับธาตุทั้ง4 ปรับสมดุลให้แก่สุขภาพร่างกายของเรา เปรียบเทียบกันแล้วก็เหมือนเป็นการยืดอายุการใช้งานให้ยืนนานยาวไกลกว่าปกติ หลายปีนั้นเอง

แต่ถ้าป่วยไข้ , ไม่สบายมีปัญหา ด้านสุขภาพก็ไปหาหมอโรงพยาบาล หมอชาวบ้าน (หมอพื้นบ้าน) หมอเป่า หมอเช็ด หมอแหก,หมอนวด,หมอตอกเส้น,หมอนวดตอกเส้นจัดกระดูกปรับสมดุลโครงสร้างร่าง กาย,หมอสมุนไพร,หมอยาพื้นบ้าน หมอเจ้าเข้าทรง,หมอลงคาถา,หมอดูชะตา,หมอเหยียบไฟ ย่ำขาง หมอทางเลือก แล้วแต่เห็นสมควร ตัวของเราใจของเรา อย่าไปตามกระแสอย่างเดียว มันจะเข้าตำราคำพังเพยว่า (ใกล้เกลือกินด่าง) ใกล้ช้างกินขี้ช้าง งานั้นขายให้คนต่างประเทศทำยาแม้แต่ทำเทียนบูชาสะเดาะเคราะห์รับโชค ไม่ได้อุปโลคขึ้นมา ปู่ย่า ตาทวดได้สวดได้ทำได้สืบสานนำมาหลายพันปี คุณประโยชน์มากมีตั้งแต่ก่อนมา ช่วยกันอบอุ่น เกื้อหนุนสามัคคี สร้างสุขภาพดี ประเพณีสืบมาได้เขียนเป็นตำรา พับสา และใบลาน บ้างเขียนใส่กระดานลานหิน หน้าผา เพื่อให้ลูกหลานสืบสานสิ่งดี ๆ มีประโยชน์สมัยก่อนธรรมชาติโปรดมีมากหลากหลาย เราอยู่กับธรรมชาติ เกิดมากับธรรมชาติ ธาตุ 4 มี ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ. และขันธ์ทั้ง5 คือ  รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
ภูมิปัญญาชาวบ้าน หมอพื้นบ้านประเพณีพื้นบ้าน ขอจงได้ศึกษาถึงไม่มีปริญญาแต่คุณค่ามากมี อ่านเขียน เรียนต่อ เพื่อชาติบ้านเมือง เพื่อคงคุณภาพอันดี ๆ เพื่อชีวีสุขสบาย  สืบสานต่อไป มีปัญหาเมื่อใดช่วยได้ทันที เพราะความอบอุ่น เกื้อหนุนสามัคคีเป็นพลังชีวี สุดดีหมู่ไทยเรา สุขภาพดีถ้วนหน้า อาศัยธรรมชาติ ปรับธาตุ ปรับขันธ์ สร้างความฝันในทางที่ดี ชีวีสุขสบาย ชาติไทยเป็นสุขเอย

ขอบคุณข้อมูลจาก วิสาหกิจชุมชน ชมรมหมอเมืองเพื่อสุขภาพมวลชน

ขอบคุณภาพจาก อินเทอร์เน็ท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s