สมุนไพรต้าน’อนุมูลอิสระ’

 

  สมุนไพร

ขณะ นี้กล่าวได้ว่ากระแสตื่นกลัวโรคมะเร็งเกิดขึ้นไปทั่วโลก ภายหลังแองเจลินา โจลี นักแสดงดังของฮอลลีวู้ด ประกาศตัดสินใจสละเต้านมทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็งที่มีสาเหตุจากยีนกลายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม คน ไทยยังถือว่าโชคดีมีพืชสมุนไพรเป็น ทรัพยากรที่มีค่าอยู่มากราว 800-1,800 ชนิด ซึ่งสามารถนำมาใช้ส่งเสริมให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆรวมถึง “มะเร็ง” ได้ 

 

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ ให้ข้อมูลว่า “สมุนไพร” มีบทบาทช่วยป้องกันการเกิดโรคและชะลอความเสื่อมของร่างกายได้ หรือที่เรียกว่า “การต้านอนุมูลอิสระ” ซึ่ง อนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species) คือตัวการที่ทำให้เกิดโรค และความเสื่อมของร่างกายนั่นเอง

ทั้งนี้ อนุมูลอิสระเกิดขึ้นจากกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส การอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์, รังสี, ควันเสีย, ควันบุหรี่และยาฆ่าแมลง โดยอนุมูลอิสระมีความไวสูงในการจู่โจมสารชีวโมเลกุลในร่างกาย เช่น ไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพและอวัยวะที่มีเซลล์นั้นสูญเสียการทำงาน ส่งผลทำลายสมดุลของระบบต่างๆในร่างกายและการย่อยสลายโปรตีนและไขมันจากอาหาร ที่บริโภคเข้า ไป นอกจากนี้อนุมูลอิสระยังเข้าไปทำลายได้ถึงระดับดีเอ็นเอ (DNA) ทำให้เกิดการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ผิดปรกติและนำไปสู่การเกิดเซลล์มะเร็งอีก ทางหนึ่งด้วย

ดังนั้น การจะมีชีวิตยืนยาว และคุณภาพชีวิตที่ดีได้ จึงมีความเกี่ยวข้องกับอนุมูลอิสระโดยตรง ซึ่งแนวทางการป้องกันการเกิดโรค เรื้อรังคือ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี การชะลอแก่ของเซลล์ต่างๆ การเพิ่มการไหลเวียนเลือดและป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว รวมทั้งส่งเสริมการทำงานอย่างเป็นระบบของอวัยวะทุกส่วน

สำหรับสมุนไพรที่รับบทบาท ดังกล่าวได้คือ “ยอ” ซึ่งมีสรรพคุณ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ในระบบ ภูมิต้านทาน แก้หอบหืด และภูมิแพ้ แก้ปวดเมื่อย ลดการอักเสบ บรรเทาภาวะเลือดลมไม่ปรกติของสตรีวัยทอง ช่วยระบายท้อง ต้านอาเจียน การแพทย์แผนโบราณใช้รักษาเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขข้อ อักเสบ บาดแผลฟกช้ำ โรคผิวหนัง ช่วยย่อยและเจริญอาหาร

มีงานวิจัยพบว่าสารสกัดยอมีผลเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ลดโคเลสเตอรอล ต้านมะเร็ง ต้านอนุมูลอิสระ และมีสารสำคัญคือ สโคโปเลติน (Scopoletin) สามารถลดการอักเสบของหลอดอาหารจากภาวะกรดไหลย้อนได้ผลใกล้เคียงกับยามาตรฐาน ที่ใช้ในการรักษาเนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้าน การหลั่งของกรด ต้านการเกิดแผล และทำให้การบีบตัวของระบบทางเดินอาหารดีขึ้น โดยมีผลต่อระบบประสาทที่เกี่ยวข้องโดยตรง

herb-pushen

ภญ.ดร.สุภาภรณ์แนะการรับประทานยอเพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ต่อต้านเชื้อโรค ต้านอนุมูลอิสระ ให้รับประทานแคปซูลยอครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร หรือรับประทานน้ำลูกยอ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร แต่เนื่องจากผลยอมีโพแทสเซียมสูงใกล้ เคียงกับกล้วยและมะเขือเทศ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง จึงควรหลีกเลี่ยง

นอกจากนี้ยังมี “ฟ้าทะลายโจร” เป็นสมุนไพรอีกชนิดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ในร่างกาย และถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของ ไทย ใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด (Common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล และ บรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ ฟ้าทะลายโจรมีการใช้เพื่อการป้องกันหวัดมาอย่างยาวนานในประเทศจีน และมีรายงานการวิจัยว่าฟ้า ทะลายโจรช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ได้ทั้งแบบการสร้างแอนติบอดี (Antibody) เพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย และการกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโคฟาจ (Macrophage) ให้จับกินเชื้อโรคได้ดีขึ้น

สำหรับ “หญ้าปักกิ่ง” นอก จากจะเป็นสมุนไพรที่มีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษามะเร็ง และลดผลข้างเคียงจากการใช้เคมีบำบัดหรือรังสีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง แล้ว ยังมีฤทธิ์ในการช่วยเพิ่มภูมิคุ้ม กันของร่างกาย รักษาอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและกำจัดพิษ โดยมีงานวิจัยพบว่าน้ำคั้นหญ้าปักกิ่งมีสารกลุ่มกลัยโคสฟิงโกไลปิดส์ (Glycosphingolipids) ที่แสดงฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง โดยฤทธิ์ที่เกี่ยวข้องมี 2 แบบคือ สารสำคัญจากหญ้าปักกิ่งมีผลฆ่าเซลล์มะเร็งได้โดยตรงและฤทธิ์ทางอ้อม โดยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวในร่างกายช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

จากฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันของหญ้าปักกิ่งนี้จึงมีการนำมาใช้เป็นยาร่วม ในการรักษาโรคมะเร็ง ยับยั้งการแพร่กระจายของมะเร็งและการกลับมาเป็นซ้ำ อีกทั้งยังช่วยลดผลข้างเคียงจากการฉายรังสี และเคมีบำบัดได้ค่อนข้างชัดเจน เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แผลในปาก ปากแห้ง อ่อน เพลีย ปวดข้อและกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ท้องผูก ผมร่วง ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างมาก

การเก็บสมุนไพร

“อย่างไรก็ตาม การใช้พืชสมุนไพรเหล่านี้ในผู้ป่วยมะเร็งยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ดูแล ของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้วย เพื่อ ให้มีประสิทธิภาพและได้รับความปลอดภัยสูงสุด

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s