อะโรมาเทอราพี

รูปภาพ   

อะโรมาเทอราพี (aromatherapy) มาจากรากศัพท์ 2 คำ คือ aroma ซึ่งหมายถึง กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย และ therapy ซึ่งหมายถึง การบำบัด ดังนั้น จึงหมายความถึง ศาสตร์ของการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืช เพื่อส่งเสริมให้สุขภาพจิต และสุขภาพกายให้ดีขึ้น และมีชื่อเป็นทางการคือ คันธบำบัด จัดได้ว่าเป็นศาสตร์เก่าแก่ของโลก เริ่มจากสมัยอิยิปเมื่อ 6,000 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการใช้ในจีน และอินเดีย เมื่อประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว การใช้ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหย ต่อร่างกายและจิตใจ ส่วนใหญ่มักจะทำโดยการสูดดมและการใช้ผ่านผิวหนัง ในกรณีการใช้ผ่านผิวหนังมักจะมีการเจือจางก่อนเสมอในน้ำมันพืช เช่น sweet almond oil, apricot kernel oil และ grapeseed oil เป็นต้น

 

    น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการรักษา (Therapeutic oils)

    น้ำมันหอมระเหยที่ใช้ในการรักษา จะต้องมีความบริสุทธิ์และคุณภาพสูง ซึ่งทั้งนี้คุณภาพของน้ำมันจะขึ้นอยู่กับภูมิอากาศ และสถานที่ปลูกหรือแหล่งปลูกเป็นหลัก นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับวิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และ วิธีการสกัดเอา น้ำมันหอมระเหย

รูปภาพ

    มีดอกไม้หลายชนิดเช่น ไวโอเล็ท การ์ดเนีย ฟรีเซีย หรือไลแล็ค เราไม่สามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยออกมาได้ ทั้งนี้เพราะลักษณะดอกที่บอบบาง และไม่เหมาะที่จะสกัดโดยกลั่นด้วนไอน้ำ กอรปกับราคาที่แพงมากของดอกไม้สด ทำให้บางครั้งมีการผสมน้ำมันหอมที่เป็นสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งเรียกว่า เพอร์ฟูม (perfume) เพื่อให้ได้กลิ่นดอกไม้เหล่านี้ แต่เพอร์ฟูมจะไม่มีผลในการรักษาเลย

รูปภาพ

    สิ่งสำคัญในการเลือกตัดสินใจเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยที่เป็นของแท้และบริสุทธิ์คือ ให้อ่านฉลาก ที่ติดภาชนะบรรจุ หรือสอบถามข้อมูลรายละเอียดจากบริษัทที่ขายในหัวข้อต่อไปนี้

 

    1. ข้อมูลพื้นฐานจากตัวแทนจำหน่าย

    – ประเทศผู้ผลิต

    – ชื่อทางวิทยาศาสตร์

    – ส่วนของพืชที่ใช้กลั่นเอาน้ำมัน

    – กระบวนการสกัด

 

    2. สอบถามเกี่ยวกับวิธีการสกัด

    การสกัดน้ำมันหอมระเหยมีหลายวิธีการ ดังต่อไปนี้

 

    2.1 การกลั่นด้วยไอน้ำ

    น้ำมันหอมะเหยเกือบทั้งหมดมักจะสกัดโดยการกลั่นด้วนไอน้ำ โดยในระหว่างการกลั่นส่วนของพืชจะสัมผัสไอน้ำ จนกระทั่งน้ำมันหอมระเหยจะระเหยไปเพราะถูกความร้อน น้ำมันหอมระเหยที่ระเหยไปพร้อมกับไอน้ำ เมื่อผ่านไปยังท่อหล่อเย็น จะทำให้ทั้งน้ำมันและไอน้ำ กลั่นตัวกลายเป็นของเหลว และหยดตกลงมาในภาชนะรองรับโดยน้ำมันจะลอยเป็นชั้นอยู่ด้านบน ส่วนชั้นล่างเป็นน้ำ ทำให้สามารถแยกเอาน้ำมันออกได้ อย่างไรก็ตามการกลั่นด้วยไอน้ำควรจะทราบ ความดัน อุณหภูมิ และเวลาที่ใช้ในการกลั่นที่เหมาะสมของพืชแต่ละชนิด

 

    2.2 การบีบเย็น (cold pressed)

    การบีบเย็นเป็นกระบวนการสกัดเอาน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพดี เพราะไม่ถูกความร้อน เช่น ในกรณีของน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้ม จะทำได้โดยผ่านเอาผิวส้มมาบีบ จากนั้นจึงกรอหรืออาจจะเข้าเครื่องเหวี่ยง เพื่อแยกเอาน้ำมันซึ่งอยู่ส่วนบนออกมา ต้องระวังในการเลือกวัตถุดิบเนื่องจากปัจจุบันมีการฉีดยาฆ่าแมลงที่ผลส้ม อาจจะติดอยู่ได้ดังนั้นต้องหลีกเลี่ยงวัตถุดิบแบบนี้ ควรหันมาใช้ส้มที่ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง

 

    2.3 การสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เหลว

    มีการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เหลวในการสกัดน้ำมันหอมระเหยออกจากสมุนไพรแห้งเช่น ขิง และ โคเรียนเดอร์ (coniander) โดนการสกัดจะทำภายใต้ความดัน

 

    2.4 แอ็บโซลุท (absolutes)

    การสกัดแบบนี้จะสกัดด้วยนำละลายอินทรีย์ เหมาะกับดอกไม้ที่บอบบางและไม่ทนต่ออุณหภูมิสูง ยกตัวอย่างเช่น มะลิ และกุหลาบ โดยการนำดอกไม้ใส่ลงในตัวสารละลายอินทรีย์ เช่น เฮ็กเซน และทิ้งไว้ระยะหนึ่งจากนั้นจึงนำมากรองแยกเอาชั้นเฮ็กเซนออกมาและระเหยทิ้งไป จากนั้น นำส่วนที่เหลือมาละลายด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อแยกส่วนของไข (wax) ออกไป นำส่วนแอลกอฮอล์ที่ได้ระเหยแอลกอฮอล์ออกไปก็จะได้น้ำมันหอมระเหย ซึ่งอาจจะมีแอลกอฮอล์ปนอยู่เล็กน้อย

 

 

การอ่านฉลากของน้ำมันหอมระเหย

บริษัทผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพ จะให้ข้อมูลของแหล่งผลิตติดไว้ที่ฉลากเสมอ ซึ่งประกอบด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์

เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนของชื่อและเพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพ ควรจะติดชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช ที่ใช้สกัดน้ำมันหอมระเหย เช่น น้ำมันยูคาลิปตัส มีหลายชนิด ถ้ากลั่นจาก Eucalyptus globlus ชื่อต้นคือ Eucalyptus เป็นชื่อสกุล และชื่อหลังคือ globules เป็นชื่อชนิด จะได้น้ำมันที่แก้คัดจมูก และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดี ไม่เหมาะจะใช้ในห้องเด็ก เพราะแรงเกินไป น้ำมันยูคาลิปตัส ที่กลั่นจาก Eucalyptus radiata เหมาะจะใช้กับห้องเด็กอ่อน เพื่อให้หายใจโล่งและหลับสบาย เนื่องจากกลิ่นจะอ่อน น้ำมันที่กลั่นจาก Eucalyptus citriodora เหมาะที่จะใช้ไล่แมลง นอกจากนี้พืชที่มีสกุลเดียวกันแต่มี หลายชนิดเช่นเดียวกับ ยูคาลิปตัส เช่น ไทม์ (thyme) สน (pine) คาร์โมมาย (chamomile) ดังนั้นควรเลือกใช้น้ำมันจากพืชทีสกุลและชนิดที่ถูกต้อง

วิธีการปลูก

ปัจจุบันในตลาดโลกจะนิยมน้ำมันหอมระเหยที่กลั่นจากพืชที่ปลูกแบบชนิดเกษตรอินทรีย์คือไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงในระหว่างการปลูก จะเรียกน้ำมันหอมระเหยชนิดนี้ว่า organic oil ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกพืชเพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยมากขึ้น โดยจะเน้นการปลูกเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ได้น้ำมันที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชขึ้นเองตามธรรมชาติ และมักมีความแรงมากที่สุด เรียกชนิดน้ำมันนี้ว่า wildcrafted oil

น้ำมันหอมระเหยบางชนิดที่เป็นพิษ ควรมีการระบุที่ฉลากไว้ให้ชัดเจน และคนที่เลือกใช้จะต้องเป็น ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ยกตัวอย่าง เช่น White Birch, Sassafras, Thymus zygin, Hyssop และการบูร

การผสม (blend)

น้ำมันหอมระเหยควรคำนึงถึงหลักการเสริมฤทธิ์กัน และให้มีความสมดุล (synergy) ของกลิ่นเป็นที่พอใจ ให้ประโยชน์การเก็บรักษาที่ดี

อุปกรณ์

1. Dropper เพื่อใช้ดูดและหยดน้ำมันหอมระเหย

2. ขวดสีชากันแสงและมีจุกเกลียว

3. แผ่นกระดาษเพื่อชุบและดมกลิ่น

เพื่อให้เกิดความสมดุลของการผสมน้ำมันหอมระเหย ควรจะเลือกน้ำมันที่มีฤทธิ์การรักษากลุ่มอาการเดียวกัน และเลือกกลิ่นที่เราชอบมากที่สุดออกมา น้ำมันหอมระเหยบางชนิดที่กลิ่นแรง เช่น มะลิ และแฟรงค์กินเซ็น ก็ควรจะใช้ปริมาณน้อยหน่อย เมื่อผสมเสร็จแล้วจะต้องดมได้ทุกกลิ่นที่ผสมเข้าด้วยกัน ไม่มีกลิ่นใดกลิ่นหนึ่งเด่นออกมา มีน้ำมันหอมระเหยบางชนิด เช่น ลาเวนเดอร์ จีราเนียม กุหลาบ และองุ่น จะก่อให้เกิดความสุนทรียภาพของกลิ่นมากขึ้น มีความละมุนละไม

หลักการผสมน้ำมันหอมรระเหยเพื่อใช้ในการรักษาควรจะผสมน้ำมันถึงได้สามชนิด (หรืออย่างมากสี่) เข้าด้วยกัน โดยเริ่มจากกลิ่นอ่อนสุด 2 กลิ่นก่อน โดยเริ่มจากอัตราส่วนเท่ากัน(อาจจะนับจำนวนหยด เช่น อย่างละ 5 หยด) แล้วดมดูว่ามีกลิ่นใดเด่นหรือไม่ ถ้ากลิ่นใดเด่นควรจะหยดอีกกลิ่นหนึ่ง ผสมเข้าไปทีละหยดและดมดู จนกระทั่งไม่มีกลิ่นใดเด่น นั่นหมายถึงสมดุลแล้ว (มี synergy) จากนั้น จึงค่อยๆเติมกลิ่นที่สามลงไปทีละหยดอย่างระมัดระวัง ดมดูหลังการเติมแต่ละครั้ง จนกระทั่งสมดุล คือไม่มีกลิ่นใดเด่น การผสมที่ดีคือ แต่ละครั้งของการหยดควรจะเขย่าผสมให้เข้ากันดี และดมทดสอบดูก่อนเติมหยดต่อไป เมื่อผสมได้ที่แล้วให้ทิ้งไว้ 2 วัน แล้วลองดมอีกทีหนึ่ง กลิ่นไม่ควรเปลี่ยนแปลงจากเดิม การผสมที่ดีอาจจะต้องใช้เวลาและใจเย็น การเติมแต่ละหยดให้เขียนบันทึกทุกครั้ง เพื่อจะได้ ทำซ้ำอีกครั้งได้ การผสมที่สมดุล จะได้กลิ่นของทุกชนิดที่ผสมเข้าด้วยกัน

เพื่อให้ง่ายในการลำดับขั้นตอนการผสมน้ำมันหอมระเหย จาก กลิ่นอ่อนสุดไปแรงสุด Appellได้จัดแบ่งความแรงของกลิ่น เป็นสเกลตั้งแต่ 1-10 (จากอ่อนไปแรงสุด) ตัวเลขน้อยๆ คือ กลิ่นอ่อนสุด และตัวเลขมากๆ คือกลิ่นแรงสุด ดังตาราง

ตารางที่ 1 การจัดแบ่งความแรงของกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจากสเกล 1–10 ตามเกณฑ์ ของ Appell *

angelica root 9

frankincense 7

patchouli 7

aniseed 7

ginger 7

peper, black 7

basil 7

juniper 7

pepermint 7

bergamot 5

lavender 5

petetgrain 5

cedarwood 5

lavender, Spike 6

pine 5

cinnamon 7

lemon 6

rose absolute 8

citronella 6

lemongrass 6

rose otto 7

clary sage 5

mandarin 5

rosemary 6

clove bud 8

myrrh 7

rosewood 5

eucalyptus 8

neroli 5

rage, Dalmatian 6

everlasting 7

nutmeg 7

sandalwood 7

fennel 6

orange 5

thyme, Red 7

*Appell, L., Cosmetics, Fragrances and Flavors: Their Formulation and Preparation. Novox Inc,. USA, 1982

 

 

หลักการเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหย

ผู้ชายและผู้หญิงจะมีรสนิยมของกลิ่นน้ำมันหอมระเหยต่างกัน สามารถใช้ข้อมูลต่อไปนี้เป็นแนวทางในการเลือกชนิดเพื่อผสมน้ำมันหอมระเหยได้

กลิ่นที่ผู้ชายชอบ

basil, bergamot, eucalyptus, frankincense, jasmine, lavender, lemon, patchouli, pine, sandalwood

กลิ่นที่ผู้หญิงชอบ

bergamot, geranium, jasmine, lavender, neroli, patchouli, peppermint, rose, sage, ylang-ylang

หลักการเจือจางน้ำมันหอมระเหย

เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จะแรงมาก ห้ามใช้โดยตรงเพราะจะระคายเคืองต่อผิวหนัง ดังนั้นจำเป็นต้องเจือจางก่อนใช้ เช่น ใช้น้ำกรณีเป็นอ่างน้ำ หรือใช้ carrier oil ในกรณีใช้น้ำมันนวด โดยหลักการทั่วไปคือ ห้ามใช้เกิน 10 หยด(ประมาณ 0.25 – 0.45 มล.) ของน้ำมันหอมระเหยต่อการใช้ 1 ครั้ง หรือใช้หลักใส่ลงในตัวเจือจางในความเข้มข้น 1 – 2 %

สำหรับการนวด

ใช้ผสม 7 – 10 หยด น้ำมันหอมระเหย กับ 30 มล. ของ carrier oil

สำหรับอ่างน้ำ

ให้หยด 8 – 10 หยด ต่อ 1 อ่าง

ข้อห้ามใช้ และขอควรระวังในการใช้น้ำมันหอมระเหย

1) น้ำมันหอมระเหยต่อไปนี้ เมื่อใช้แล้วห้ามถูกแสงแดดเพราะจะเกิดผื่นแพ้เกิดขึ้น (photo-toxic)

angelica, bergamot, citronella, ginger, lemon, lime, mandarin

2) ห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยต่อไปนี้ในระหว่างตั้งครรภ์ เพราะเป็นพิษและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อแม่และทารก

aniseed, basil, clary sage, atlas cedarwood, virginian cedarwood, cypress, sweet fennel, jasmine, juniper, sweet majoram, myrrh, nutmeg, peppermint, rose, rosemary

ตารางที่ 2 ตัวอย่างสูตรผสมสำเร็จของน้ำมันหอมระเหย

น้ำมันนวดสำหรับคลายกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อย

Roman Chamomile ….. 10 หยด
Cypress ….. 5 หยด
Lavender ….. 10 หยด
Almond oil ….. 28-57 มล.

Romance Blend

Sandalwood ….. 10 หยด
Rose ….. 4 หยด
Ylang-Ylang ….. 1 หยด
ใส่ลงในน้ำ้มันนวด ….. 28-57 มล.

แก้หวัดสำหรับ Diffuser

Eucalytus Globus ….. 15 หยด
Bay Laurel ….. 5 หยด
Thyme ….. 7 หยด

Women’s Best Friend Blend

Clay Sage ….. 2 หยด
Geranium Rose ….. 10 หยด
Bergamot ….. 4 หยด

Soothing and Healing Skin Oil

Rose hip seed oil ….. 56-82 มล.
Geranium ….. 5 หยด
Rosewood ….. 5 หยด
Jusmine ….. 1 หยด

Classroom Blend for Diffuser

Sweet Orange ….. 10 หยด
Grapefruit ….. 5 หยด
Cedar ….. 4 หยด

Respiration

Eucalytus ….. 10 หยด
Pine ….. 10 หยด
Citronella ….. 5 หยด

Sleep Blend

Lavender ….. 10 หยด
Grapefruit ….. 3 หยด
Mandarin Red ….. 15 หยด

 

 

 

สิว

สามารถใช้น้ำมันหอมระเหยรักษาสิวซึ่งเกิดจากเชื้อ Acne vulgaris ได้ โดยการอาจใช้ในรูปนำมันนวดใบหน้า โดยใช้ Carrier oil เช่น apricot kernel เป็นต้น นอกจากนี้อาจใส่ผสมลงในครีม หรือโลชั่นทำความสะอาดผิว นอกจากนี้ยังผสมลงในสบู่เหลวอย่างอ่อน ดังสูตรต่อไปนี้

– สบู่เหลวอย่างอ่อน 100 มล.

– Lavender 7 หยด

– Tea Tree 5 หยด

– Geranium 3 หยด

– Neroli 5 หยด
ในกรณีที่จะทำในรูปครีมและนำมันนวด ก็เพียงแทนที่ สบู่เหลวด้วยเนื้อครีมและ carrier oil ตามลำดับ ดังสูตรต่อไปนี้

– Bergamot 2 หยด

– Chamomile 2 หยด

– Sunflower oil (น้ำมันดอกทานตะวัน) 30 มล.

Cellulite (สำหรับน้ำมันนวด)

สูตร 1

– Lavender 4 หยด

– Juniper 4 หยด

– Rosemary 4 หยด

– Sesame oil (น้ำมันงา) 60 มล.

สูตร 2

– Rosemary 4 หยด

– Lemon 4 หยด

– Geranium 9 หยด

– Sweet almond oil 60 มล.

สูตรน้ำมันหอมระเหยสำหรับ Menopause

ใช้เป็นนำมันนวด ใส่ในอ่างอาบน้ำ หรือใส่ในตะเกียงจุด (bumer) น้ำมันหอมระเหยจะช่วยปรับสมดุลของประจำเดือน และช่วยลดอาการที่ผิดปกติได้บ้าง ทั้งนี้เพราะน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดจะมีประโยชน์ที่ต่างกันไป เช่น geranium จะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมน น้ำมันดอกกุหลาบช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของมดลูกและปรับสมดุลประจำเดือน sweet fennel มีประโยชน์ที่เป็น phytoestrogen ส่วนพวก chamomile, bergamot, มะลิ, neroli และกระดังงา (Ylang-Ylang) จะช่วยให้สงบผ่อนคลาย และลดความเครียด

ร้อนวูบวาบ (hot flushes)

– Clary sage 10 หยด

– Geranuim 10 หยด

– Sage 10 หยด

– Lemon 5 หยด

– Evening primrose oil 50 มล.

 

เหงื่อออกกลางวันและกลางคืน

– Cypress 10 หยด

– Sage 5 หยด

– Grapefruit 10 หยด

– Apricot kernel oil 50 มล.

อาการบวมน้ำ

– Sweet fennel 5 หยด

– Juniper 5 หยด

– Lemon 10 หยด

– Geranuim 10 หยด

– Apricot kernel oil 50 มล.

ในตารางที่ 3 ได้รวบรวมประโยชน์นำมันหอมระเหยพร้อมกับข้อระมัดระวัง และข้อห้ามใช้ เพื่อประโยชน์ใน การเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง

รูปภาพ

ตารางที่ 3 การเลือกใช้นำมันหอมระเหย และข้อควรระวัง

น้ำมันหอมระเหย

สมบัติ

ข้อควรระวัง

Holy Basil

อบอุ่น กระตุ้น ด้านการอักเสบ

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

Bay Laurel

สดชื่น มีชีวิตชีวา

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

Bergamot

เย็นสดชื่น มีชีวิตชีวา ชื่นชอบ

ถูกแสงแดดจะเป็นผื่น

Cedar Atlas

สงบ อบอุ่น

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

Roman Chamomile

สงบ สบาย และอบอุ่น

Clary Sage

ชื่นชอบ โล่ง และปรับสมดุล

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

Cypress

สดชื่น และฝาดสมาน

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

Sweet Eucalyptus

สดชื่น และกระตุ้น

ห้ามใช้กับทารก

Eucalyptus Radiata

สดชื่น และกระตุ้น

ปลอดภัยสำหรับเเด็ก

Eucalyptus Citriodora

สดชื่น และกระตุ้น

Fir Baisam

สดชื่น และอบอุ่น

Fir Siberain

สดชื่น

อาจระคายเคืองผิวหนัง

Frankincense

สงบ อบอุ่น และมีชีวิตชีวา

Geranium Rose

ปลอดโปร่ง ปรับสมดุล

อาจก่อให้เกิดผื่นที่ผิวหนัง

Grapefruit

สดชื่น เย็น ฟื้นฟู

Jusmine (มะลิ)

สดชื่น มีชีวิตชีวา สงบ กระตุ้นกำหนัด

Juniper

อบอุ่น มีชีวิตชีวา ปลอดโปร่ง

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และผู้ป่วยโรคไต

Lavender

สงบ เย็น สมดุล

Lemon

บริสุทธิ์ สดชื่น

ถูกแสงแดดจะเป็นผื่น

Lemongrass (ตะไคร้)

กระตุ้น มีชีวิตชีวา บำรุง

อาจระคายเคืองผิวหนัง

Mandarin, Red

มีชีวิตชีวา โล่ง

ถูกแสงแดดจะเป็นผื่น

Myrrh

สงบ มีสมาธิ อบอุ่นและแห้ง

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์

Neroli

ง่วงนอน สะอาดและโล่ง

Orange (ส้ม)

มีชีวิตชีวา อบอุ่น และสร้างเสริมความมั่นใจ

Peppermint

สดชื่น กระตุ้น ปรับสมดุล

อาจแพ้ได้

Rose Otto

ร่าเริง เย็น และโล่ง

ห้ามใช้ในช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก

Rosemary

สดชื่น มีชีวิตชีวา

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคลมชัก และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

Rosewood

หวาน อบอุ่น ปรับสมดุล

Sage

บริสุทธิ์ และอบอุ่น

ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และผู้ป่วยโรคลมชัก

Sandalwood (ไม้จันทน์)

มีสมาธิ มีชีวิตชีวา

Tea Tree

แก้สิว และกลิ่นสงบ

อาจแพ้ได้

Thyme

กระตุ้น ร้อน และแห้ง

ระวังในผู้ป่วยความดันสูง

Vetiver (แฝก)

สงบ และอบอุ่น

Ylang Ylang (กระดังงา)

ชื่นชอบ สงบ และลดการกระวนกระวาย

ที่มา : รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ มหาวิทยาลัยรังสิต

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ท

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s